ไมเนอร์ฯ เปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการใหญ่ในเกาะภูเก็ต

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มหาชน เปิดตัวโครงการใหม่พร้อมกันถึง 3 โครงการ โดยมีมูลค่าโครงการรวมกันกว่า 9 พันล้านบาท เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานธุรกิจของบริษัทในเกาะภูเก็ต ประเทศไทย การลงทุนใหม่ดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายอันหรูหรา โครงการพัฒนาสถานที่พักผ่อนเพื่อรองรับสมาชิกของโครงการอนันตรา เวเคชั่น คลับ และโครงการศูนย์การค้า จะช่วยยกระดับความเป็นผู้นำของบริษัทในสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และสร้างฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งเพื่อผลักดันการเติบโตของผลกำไรของธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมของบริษัทอย่างยั่งยืนต่อไป

บริษัทมีแผนลงทุนในโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายระดับบน ซึ่งเป็นโครงการที่ 2 ของบริษัท ด้วยมูลค่าการขายประมาณ 6 พันล้านบาท ผ่านการลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 50 ร่วมกับบริษัทคาจิมาโอเวอร์ซีส์ เอเชีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทคาจิมา คอร์ปอเรชั่น (คาจิม่า) โดยคาจิมาเป็นบริษัทก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศญี่ปุ่น โครงการดังกล่าวภายใต้ชื่อ อวาดินา ฮิลส์ บาย อนันตรา ตั้งอยู่บนพื้นที่ 99 ไร่ ติดกับโรงแรมอนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท และโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส บาย อนันตรา ลายัน ภูเก็ต ประกอบด้วยบ้านพักตากอากาศเพื่อขายจำนวน 16 หลัง ซึ่งจะถูกพัฒนาและแบ่งขายเป็น 2 เฟส สำหรับในเฟสแรก บริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างบ้านพักตากอากาศจำนวน 11 หลัง ซึ่งจะเริ่มเสร็จและเปิดขายในปี 2561 ส่วนเฟสที่ 2 บริษัทมีแผนก่อสร้างบ้านพักตากอากาศที่เหลืออีก 5 หลัง ภายหลังจากที่สร้างส่วนของเฟสแรกเสร็จเรียบร้อย และคาดว่าจะเสร็จสิ้นพร้อมขายในปี 2563 นอกจากนี้ พื้นที่บางส่วนของโครงการจะถูกปล่อยเช่าให้กับโรงแรมอนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท เพื่อก่อสร้างสนามเทนนิส ห้องออกกำลัง-กาย และสปา เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับแขกที่มาพักของโรงแรมและโครงการบ้านพักตากอากาศ ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะถูกเก็บไว้เพื่อใช้พัฒนาต่อไปในอนาคตภายใต้การร่วมทุนดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญในกรพัฒนและบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท ประกอบกับที่ดินเพื่อการพัฒนาในอนาคตของคาจิมา จะนำไปสู่พันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถเปิดโอกาสทางธุรกิจอีกมากมายและสร้างกำไรให้เพิ่มขึ้นในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวโครงการสถานที่พักผ่อนเพื่อรองรับสมาชิกของโครงการอนันตรา เวเคชั่น คลับแห่งใหม่ ประกอบไปด้วยห้องพักและพูลวิลล่าจำนวน 97 ยูนิต โดยมีทำเลตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 20 ไร่ ใกล้กับโครงการอนันตรา เวเคชั่น คลับ ไม้ขาวเดิม ด้วยมูลค่าอสังหาริมทรัพย์กว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งจะถูกแปลงเป็นคะแนนคลับพอยท์ของอนันตรา เวเคชั่น คลับที่มีมูลค่ามากขึ้นต่อไป โครงการดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2561 จะสร้างความน่าสนใจให้กับสินค้าของโครงกรอนันตรา เวเคชั่น คลับมากยิ่งขึ้นและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจต่อไปในอนาคต

ในขณะเดียวกัน บริษัทได้ประกาศแผนขยายศูนย์การค้า Turtle Village โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2562 ศูนย์การค้าใหม่ดังกล่าวตั้งอยู่บนอาคารสูง 3 ชั้น มีทำเลที่ตั้งติดกับศูนย์การค้าเดิม ประกอบด้วยพื้นที่ค้าปลีกประมาณ 1,270 ตารางเมตร และพื้นที่สำนักงาน 534 ตารางเมตร โดยพื้นที่สำนักงานทั้งหมดได้ถูกจองเพื่อเช่าในระยะยาวเรียบร้อยแล้ว บริษัทมั่นใจว่าการขยายศูนย์การค้าดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมและสร้างความน่าดึงดูดให้กับศูนย์การค้า Turtle Village มากยิ่งขึ้น ด้วยทำเลที่ตั้งที่ดี รายล้อมไปด้วยโรงแรม รีสอร์ท และเวเคชั่น คลับหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงโรงแรม อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ โครงการอนันตรา เวเคชั่น คลับ ไม้ขาว ภูเก็ต และโครงการอนันตรา เวเคชั่น คลับแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นของบริษัท

นายวิลเลี่ยม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MINT กล่าวว่า “ด้วยชื่อเสียงของภูเก็ตที่โด่งดังด้านสถานที่พักผ่อนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ซึ่งรวมถึงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศและภายในประเทศใหม่บนเกาะ ทำให้เกาะภูเก็ตจะดึงดูดและรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้ต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ำมาในเกาะภูเก็ตเติบโตในอัตราร้อยละ 18 เป็นอัตราที่มากกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเติบโตในอัตราร้อยละ 13 เรามั่นใจในอนาคตของเกาะภูเก็ต ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะลงทุนในโครงการใหม่ทั้ง 3 โครงการดังกล่าว” 

นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า “เรามีความตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เปิดตัวโครงการอวาดินา ฮิลส์ บาย อนันตรา บนหาดลายัน ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์อนันตราและความสามารถของบริษัทในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับความเชี่ยวชาญของโคจิมาในด้านการก่อสร้าง ทำให้เรามีความมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จดังเช่นโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส บาย อนันตรา ลายัน ภูเก็ต และทำให้รายได้และผลกำไรจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังคงมองหาโอกาสที่จะขยายธุรกิจอื่นๆ กับโคจิมาต่อไปในอนาคต”

sources: www.minorinternational.com

Tags:

Leave a Reply