LHHOTEL ลงทุนเพิ่มใน “รร.แกรนด์ เซนเตอร์ พอยท์ ราชดำริ” 3.9 พันลบ.

LHHOTEL ลงทุนเพิ่มใน”รร.แกรนด์ เซนเตอร์ พอยท์ ราชดำริ”3.9 พันลบ.เปิดจองซื้อหน่วยใหม่ปลาย พ.ค.-ต้น มิ.ย.

บริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ระบุว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ จากบริษัท เป็นระยะเวลา 21 ปี วงเงินไม่เกิน 3,887.40 ล้านบาท หลังจากเข้าลงทุนครั้งแรกในโครงการโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินัล 21 เมื่อปลายปี 58

นางสาวเพียงดาว วัฒนายากร กรรมการผู้จัดการ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ และในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL เปิดเผยว่า หลังจาก LHHOTEL ได้เข้าสงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้แล้วจะส่งผลให้ขนาดกองเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 7 พันล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 4 พันล้านบาท และคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลในปี 60 ให้กับผู้ถือหน่วยได้เพิ่มขึ้นเป็น 1 บาท/หน่วย จากปีก่อนที่จ่ายในอัตรา 0.93 บาท/หน่วย ทำให้ LHHOTEL เป็นหนึ่งในกองทรัสต์ที่ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 7.5% เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทรัสต์ในตลาดที่ 6-7% และหลังจากการเข้าลงทุนโรงแรมเพิ่มเติมในครั้งนี้แล้ว LHHOTEL จะมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจำนวน 2 โรงแรม คือ โรงแรม แกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 และ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ โดยมีจำนวนห้องพักทั้งหมด 959 ห้อง เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 462 ห้อง และยังคาดว่าอัตราการเข้าพัก (OCC) เฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 80% ตามเป้าหมาย หลังจากที่ไตรมาส 1/60 ทั้ง 2 โรงแรมมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 90% การเติบโตของโรงแรมได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นเดสทิเนชั่นของการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ โดยปี 59 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยแล้วจำนวน 32.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับปี 58 ที่มีจำนวน 29.9 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 60 ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาพักในโรงแรมส่วนใหญ่จะมาจากโซนเอเชียตะวันออก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา

นอกจากนี้ LHHOTEL ยังมองโอกาสการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยท์ สุขุมวิท 55 ภายในปี 62 มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งโรงแรมดังกล่าวเพิ่งเปิดให้บริการในไตรมาส 4/59 จึงต้องรอเวลาอีก 1-2 ปี ซึ่งหากเข้าลงทุนในโรงแรมดังกล่าวก็จะทำให้ขนาดกองทรัสต์ LHHOTEL มีโอกาสแตะ 1 หมื่นล้านบาท

นางสาวเพียงดาว กล่าวว่า การลงทุนเติมของ LHHOTEL จะเป็นลักษณะการลงทุนในสินทรัพย์ในกลุ่ม LH ก่อน แต่ยังเปิดโอกาสมองหาการลงทุนในสินทรัพย์นอกกลุ่ม LH ถ้ามีสินทรัพย์ที่มองว่าให้ผลตอบแทนที่ดี และการลงทุนจะเป็นการเพิ่มทุนของกอง ประกอบกับการกู้ยืมเงินสถาบันการเงินควบคู่กันไป โดยการลงทุนในโครงการใหม่ๆจะเป็นการขยายระยะเวลาการเช่าของโครงการที่ LHHOTEL บริหาร โดยปัจจุบันระยะเวลาการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 22 ปี

นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สาย Primary Distribution ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า กองทรัสต์ LHHOTEL เสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมให้แก่ 1) ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของ LHHOTEL ที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนในวันที่ 15 พ.ค.60 ไม่เกิน 156,989,282 หน่วย หรือประมาณะ 70% ของหน่วยทรัสต์ที่เสนอขายเพิ่มเติมครั้งนี้ ในสัดส่วน 1 หน่วยทรัสต์เดิม ต่อ 0.5005 หน่วยทรัสต์ที่เสนอขายเพิ่มเติม รวมถึงผู้ถือหุ้นของผู้จำหน่ายทรัพย์สิน และ/หรือ บริษัทในเครือเดียวกับผู้ถือหุ้นของผู้จำหน่ายทรัพย์สิน และ/หรือกลุ่มบุคคลเดียวกัน ได้แก่ LH และ GIC Pte Ltd รวมประมาณ 26,228,102 หน่วย และ ประชาชน (Public Offering) ที่เป็นผู้มีอุปการคุณของผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และนักลงทุนสถาบัน ประมาณ 41,037,616 หน่วย จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 หน่วย และเพิ่มขึ้นทีละ 100หน่วย โดยกำหนดช่วงราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เบื้องต้นที่ 13.00-13.30 บาท/หน่วย

ทั้งนี้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่เป็นนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันที่ไม่ได้นำส่งใบ Bookbuilding สามารถจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมในวันที่ 26, 29-31 พ.ค.60 และวันที่ 1 มิ.ย.60 และในส่วนของผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ที่ไม่ใช่นักลงทุนสถาบัน (PO) จองซื้อวันที่ 26, 29-31 พ.ค.60 และวันที่ 1-2 และ 5 มิ.ย.60 ซึ่งจะต้องชำระราคาจองซื้อที่ 13.30 บาทต่อหน่วยซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น ส่วนราคาเสนอขายสุดท้ายจะประกาศในวันที่ 6 มิ.ย. หากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาจองซื้อ จะคืนเงินส่วนต่างราคาให้แก่ผู้จองซื้อทุกรายโดยสามารถจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา สำหรับนักลงทุนสถาบันทั้งที่เป็นผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมหรือรายใหม่ ซึ่งได้นำส่งใบ Bookbuilding จะจองซื้อในวันที่ 7-9 มิ.ย.60 ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย

source: InfoQuest News

Leave a Reply