ดิ เอราวัณ พลิกมีกำไรในไตรมาส 2/59 จากธุรกิจโรงแรม 2,668 ล้านบาท

ดิ เอราวัณ กรุ๊ป แจ้งผลการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือน และงวด 3 เดือน (“ไตรมาส 2/59”)

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในไตรมาส 2/59 ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาส 2/59 มีจำนวน 7.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาส 2/58 นับเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวในไตร มาส 2 ที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเมื่อรวมกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของนักท่องเที่ยวในไตรมาส 1/59 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559เท่ากับ 16.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จาก 6 เดือนแรกของปี 2558 โดยมีการเติบโตในทุกกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย

การดำเนินการตามกลยุทธ์เพิ่มการเติบโตของธุรกิจโรงแรม
• บริษัทฯ เปิดให้บริการโรงแรมในกลุ่มบัดเจ็ทภายใต้แบรนด์ “ฮ็อป อินน์” (“HOP INN”) จำนวน 2 แห่ง ในไตรมาส 2/59 ที่จังหวัด จันทบุรี และ สกลนคร
• โรงแรม ฮ็อป อินน์ ในประเทศไทยอีกจำนวน 3แห่ง จะเปิดให้บริการในระหว่างไตรมาส 3/59 ถึง ไตรมาส 4/59
• โรงแรม ฮ็อป อินน์ ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นโรงแรมในต่างประเทศแห่งแรกของบริษัทฯจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4/59

ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/59

บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงานเท่ากับ 1,236 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาส 2/58 รายได้จากธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาส 2/58 ในขณะที่รายได้ค่าเช่าและ ค่าบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากไตรมาส 2/58 การปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่า เสื่อมราคา (“EBITDA”) ของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/59 เท่ากับ 315 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาส 2/58 และมีอัตรากำไรระดับ EBITDA เท่ากับร้อยละ 25 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 24 ในไตรมาส 2/58 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิก่อนรายการ พิเศษจำนวน 1 ล้านบาท ในไตรมาส 2/59 เมื่อรวมกับกำไรพิเศษจากการขายอาคารพาณิชย์จำนวน 16 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 17 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิ 24 ล้านบาทในไตรมาส 2/58

สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 บริษัทฯมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเท่ากับ 2,772 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วง เดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปี 2558 โดยบริษัทฯมีกำไรระดับ EBITDA เท่ากับ 847 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และบันทึกกำไรสุทธิเท่ากับ 208 ล้านบาทสำหรับช่วงระยะเวลา 6 เดือนของปี 2559 เพิ่มขึ้นร้อยละ 81 จากช่วงเวลา เดียวกันของปีที่ผ่านมา

ธุรกิจโรงแรม

ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมของบริษัทฯในไตรมาส 2/59 เท่ากับร้อยละ 78 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 73 ในไตรมาส 2/58 ถึงแม้ว่าบริษัทฯ จะมีจำนวนโรงแรมและห้องพัก เพิ่มขึ้นจากจำนวน 28 โรงแรม 5,289 ห้องพัก ณ สิ้นไตรมาส 2/58 เป็นจำนวน 37 โรงแรม 5,984 ห้องพัก ณ สิ้นไตรมาสนี้ ถ้าไม่รวมโรงแรมในกลุ่มบัดเจ็ทซึ่งเป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดดำเนินงาน อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมของบริษัทฯในไตร มาส 2/59 เท่ากับร้อยละ 82 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 77 ในไตรมาส 2/58

รายได้รวมจากการประกอบกิจการโรงแรมของบริษัทฯในไตรมาสนี้ เท่ากับ 1,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาส 2/58 โดยมีการเติบโตทั้งจากโรงแรมเดิมจำนวน 28 แห่งและรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโรงแรมใหม่จำนวน 9 แห่ง โดยโรงแรมในกลุ่มบัดเจ็ทเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตของรายได้สูงที่สุดเพิ่มขึ้นร้อยละ 138 จากไตรมาส 2/58 ในส่วนของรายได้ตามสถานที่ตั้ง รายได้จากโรงแรมในภูเก็ตมีการเติบโตของรายได้สูงที่สุดเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากไตรมาส 2/58 โดยสาเหตุหลัก มาจากการฟื้นตัวจากผลกระทบของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียซึ่งปรับตัวลดลงในปี 2558 โดยรายได้ส่วนห้องพักของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาส 2/58 ในขณะที่รายได้จากค่าอาหารและเครื่องดื่มของบริษัทฯ ลดลงร้อยละ 4 จากช่วงเวลา เดียวกันของปีที่ผ่านมาเนื่องจากการลดลงของรายได้ส่วนนี้ของโรงแรมกลุ่ม 5 ดาว

รายได้จากธุรกิจโรงแรมสำหรับงวด 6 เดือนของปี 2559 เท่ากับ 2,668 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยรายได้ส่วนห้องพักเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จาก 6 เดือนของปี 2558 และรายได้จากค่าอาหารและเครื่องดื่มลดลงร้อยละ 1 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สถานะทางการเงิน

บริษัทฯมีเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 814 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ ได้ใช้เงินสดดังกล่าวบางส่วนรวมกับเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในการสนับสนุนการพัฒนาโครงการโรงแรมใหม่ที่กำลังพัฒนา ณ สิ้นไตรมาส 2/59 บริษัทฯมียอดเงินสดคงเหลือจำนวน 866 ล้านบาท

ณ สิ้นไตรมาส 2/59 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 14,601 ล้านบาท ลดลงจาก 14,820 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 9,605 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/59 ลดลงจาก 9,903 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 สาเหตุหลักมาจากการลดลง ของเงินกู้จากสถาบันการเงินจากการชำระคืนเงินกู้ในช่วง 6 เดือนของปี 2559

บริษัทฯมีส่วนของผู้ถือหุ้น 4,997 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/59 เพิ่มขึ้นจาก 4,917 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น การเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นและการลดภาระหนี้สิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.7 เท่า ลดลงจาก 1.8 เท่า ณ สิ้นปี 2558

The Erawan Group

Leave a Reply